ฆาตกรหน้าหยก! ‘Ted Bundy’ ผู้ก่อคดีฆ่าข่มขืนหญิงสาวกว่า 36 ราย แถมยังว่าความให้ตัวเองในชั้นศาลอย่างท้าทาย

ในสหรัฐอเมริกามีคดีสะเทือนขวัญเกิดขึ้นมากมายตั้งแต่อดีต แต่คดีที่คนอเมริกาไม่มีวันลืมไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คงหนีไม่พ้นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องของ “เท็ด บันดี” ฆาตกรในคราบของชายหนุ่มหน้าตาดีอนาคตไกล แต่กลับอยู่เบื้องหลังความตายของหญิงสาวมากถึง 36 ชีวิต

แทบไม่มีใครเชื่อสายตาว่าชายหนุ่มที่มีบุคลิกสุขุมนิ่งเงียบอย่าง “เท็ด บันดี” จะกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ที่สังหารเหยื่อด้วยวิธีที่โหดร้าย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ของแข็งทุบเข้าที่ศีรษะของเหยื่อจนสมองแตกกระจาย ใช้ของมีคมทิ่มแทงไปที่ช่องคลอด หรือกระทั่งฆ่าตัดคอ เหยื่อที่ เท็ด บันดี เลือกส่วนมากจะเป็นหญิงสาวที่มีผมยาวหน้าตาดี ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เท็ด บันดี เคยหลงรักหญิงสาวที่มีชื่อว่า “Stephanie Brooks” ทั้งคู่คบหาดูใจกันได้ไม่นานฝ่ายหญิงก็เริ่มตีตัวออกห่างและทิ้งเขาไปในที่สุด การเลิกราในครั้งนั้นทำให้ เท็ด บันดี เสียใจเป็นอย่างมาก เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อหางานทำ โดยหวังว่าการทำงานจะช่วยให้เขาลืมความรักที่แสนเศร้าลงได้

YOUTUBE @DOCUMENTARY CENTRAL

โดยในขณะที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้น เท็ด บันดี มีผลการเรียนที่ดีมาก เขาไม่ได้มีผลการเรียนที่ดีตอนอยู่มหาวิทยาลัยเท่านั้น ผลการเรียนของเขาดีมากตั้งแต่เรียนอยู่ในระดับไฮสคูล จนได้รับทุนศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลังจากหยุดพักการเรียนและเริ่มต้นชีวิตทำงานเป็นเวลา 1 ปีเต็ม เท็ด บันดี ก็กลับมาเรียนต่ออีกครั้งจนสำเร็จการศึกษาทางด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เขาเริ่มงานในสำนักงานกฎหมายเล็กๆ แห่งหนึ่ง และได้พบรักกับ “Elizabeth Kloepfer” จนมีลูกร่วมกัน 1 คน เขาก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้ร่วมงานกับ “Nelson Rockefeller” รองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาในเวลานั้น

แต่แล้วแผลเก่าในใจก็กลับมาตอกย้ำจิตใจเขาอีกครั้ง เมื่อ Stephanie Brooks หญิงสาวที่เคยทิ้งเขาไปในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยกลับมาคบหาดูใจกันอีกครั้ง แม้ในเวลานั้น เท็ด บันดี จะอยู่กินกับ Elizabeth Kloepfer แล้วก็ตาม แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การคบซ้อนธรรมดา แต่มันคือการแก้แค้น Stephanie Brooks

ทั้งคู่พัฒนาความสัมพันธ์จนกระทั่งเตรียมจัดงานแต่งงาน โดยที่ Stephanie Brooks ไม่รู้เลยว่า เท็ด บันดี อยู่กินกับหญิงสาวผู้อื่นแล้ว เมื่อใกล้ถึงวันแต่งงาน เท็ด บันดี ก็บอกเลิก Stephanie Brooks อย่างไม่ไยดี ไม่ต่างกับตอนที่เขาโดนบอกเลิกสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

YOUTUBE @DOCUMENTARY CENTRAL

แต่ใช่ว่าการแก้แค้นจะจบลงเพียงเท่านี้ ความชั่วร้ายในจิตใจเขารุนแรงมากขึ้น เขาเริ่มลักพาตัว ข่มขืน ฆาตกรรม หญิงสาวจำนวนมาก ตั้งแต่ปี 1974 – 1978 เหยื่อที่ถูกเลือกทุกคนจะมีลักษณะคล้ายกับ Stephanie Brooks ตรงที่ผมยาวหน้าตาดี เท็ด บันดี ถูกจับดำเนินคดีอยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ใช้ความสามารถทางด้านกฎหมาย ว่าความให้ตัวเองโดยไม่ต้องจ้างทนาย และหลุดพ้นจากความผิดได้ทุกครั้ง ซึ่งในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว เท็ด บันดี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องทั้งหมด

จนกระทั่งเขาลงมือกับเหยื่ออีกราย และพยายามหลบหนีการจับกุมของหน้าที่ตำรวจ แต่คราวนี้เขาไม่สามารถหนีรอดจากความยุติธรรมได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่พบของกลางที่ใช้เป็นอาวุธซุกซ่อนอยู่ในรถ ซึ่งตรงกับคำให้การของพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังพบเส้นผมของเหยื่อรายอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อมโยงความเป็นไปได้ ของเหตุการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้นทั้งหมด ว่าแท้จริงแล้วเป็นฝีมือของ “เท็ด บันดี” ทั้งสิ้น!

YOUTUBE @DOCUMENTARY CENTRAL

เขาถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่ใช่ว่า เท็ด บันดี จะยอมรับข้อหาแต่โดยดี เขายังคงใช้ความสามารถทางด้านกฎหมายต่อสู้ในชั้นศาล โดยในวันตัดสินคดี เท็ด บันดี ยังแบกหนังสือกฎหมาย สวมบทเป็นทนายว่าความให้ตัวเองเหมือนเช่นเคย แต่แล้วเขาก็มิอาจหนีความจริงพ้น จำต้องยอมจำนนต่อหลักฐาน เพราะเจ้าหน้าที่มีหลักฐานชิ้นสำคัญ นั่นก็คือรอยฟันของ เท็ด บันดี ซึ่งกัดลงบนร่างเหยื่อรายหนึ่ง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าตรงกับฟันของ เท็ด บันดี

เขาถูกศาลตัดสินประหารชีวิต และถูกประหารชีวิตด้วยการนั่งเก้าอี้ไฟฟ้าในวันที่ 24 มกราคม 1989 เป็นอันปิดตำนานของฆาตกรต่อเนื่อง ผู้สังหารเหยื่อไปกว่า 36 ชีวิต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะมีผู้เคราะห์ร้ายมากกว่า 100 รายด้วยซ้ำ ผู้เคราะห์ร้ายในจำนวนนี้นับรวมที่หนีรอดได้ และหนีรอดไม่ได้แต่ยังหาร่างไม่พบ

หลังการประหารชีวิตเรื่องราวของ เท็ด บันดี ยังถูกพูดถึงอยู่หลายต่อหลายครั้ง หลายคนรู้สึกเสียดายความสามารถทางด้านกฎหมายที่เขามี ว่ากันว่าหากเขาไม่ลงมือก่อเหตุร้ายเสียก่อน เขาอาจเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียง ภายใต้การนำของ Nelson Rockefeller รองประธานาธิบดีสหรัฐในเวลานั้นก็ได้ เอาเป็นว่าอย่ามองคนที่หน้าตา และบุคลิกภายนอกเพียงอย่างเดียว ด้านมืดของจิตใจแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ใครจะไปรู้ว่าหน้าตาที่หล่อเหลา การศึกษาดีอนาคตไกลอย่าง เท็ด บันดี จะเป็นฆาตกรสังหารโหดถึง 36 ศพ

YOUTUBE @DOCUMENTARY CENTRAL

เรียบเรียง: SpokeDark.TV

COMMENTS