จักรพรรดินีแห่งต้าถัง! ‘บูเช็กเทียน’ ฮ่องเต้หญิงองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน (ตอนที่ 2)

คลิ้กอ่าน: จักรพรรดินีแห่งต้าถัง ‘บูเช็กเทียน’ ฮ่องเต้หญิงองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน (ตอนที่ 1)

ครั้งนี้จ้าวอู่นั้นเหมือนว่าจะโชคดีเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่านางจะมีอายุถึง 31 ปี (มากกว่าฮ่องถังเกาจง 4 ปี) ในตอนที่กลับเข้าวัง เพียงเข้ามาอยู่ได้ไม่นานจ้าวอู่ก็ให้กำเนิดพระโอรส 1 พระองค์ และในปีถัดมาก็ให้กำเนิดอีกหนึ่งพระองค์ ต่อมาอีกหนึ่งปีก็มีพระธิดาอีก 1 พระองค์ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อให้กำเนิดทั้งลูกชายถึง 2 คนและลูกสาว ความโปรดปรานในตัวนางของฮ่องเต้ก็เพิ่มมากขึ้นไปอีก ในระหว่างนี้นั้นหวางฮองเฮาและสนมเซียวก็หาเรื่องมาใส่ร้ายจ้าวอู่อยู่เรื่อยๆ แต่นางก็เอาตัวรอดมาได้ด้วยสติปัญญาทุกครั้ง จนวันนึงนางเริ่มคิดที่จะตัดรากถอนโคนปัญหาที่ทำให้รำคาญใจเสียที

หลังจากที่จ้าวอู่ได้ให้กำเนิดพระธิดาออกมาแล้ว นางก็เริ่มวางเครือข่ายอำนาจของตนเองในราชสำนักจนมี “แบ็ค” ของตนเองพอสมควร หลังจากนั้นก็เตรียมที่จะก้าวขึ้นไปเป็นใหญ่ด้วยวิธีการที่ดูเหมือนว่าจะ “ทารุณ” มากๆ ด้วยความที่หวางฮองเฮานั้นเป็นคนรักเด็ก นางจึงค่อนข้างที่จะเห่อทุกครั้งที่มีเด็กเกิดใหม่ในวังและมักจะไปเยี่ยมเยียนเพื่อเล่นด้วยเสมอ วันหนึ่งหวางฮองเฮานั้นได้เข้ามาเล่นกับพระธิดาของจ้าวอู่ตามปกติ หลังจากที่เล่นเสร็จนางก็กลับไปยังวังของตนเอง และจ้าวอู่ก็แอบเข้าไปหาพระธิดาจากนั้นก็ทำการบีบคอลูกตัวเองให้ตายคามือและห่อผ้าให้เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

WIKIPEDIA PD

หลังจากนั้นฮ่องเต้ถังเกาจงก็แวะมาหานางตามปกติเพื่อที่จะเข้ามาเล่นกับพระธิดา แต่เมื่อพบร่างอันไร้วิญญาณ พระองค์ทรงกริ้วเป็นอย่างยิ่งจึงได้สั่งให้มีการสอบสวนบุคคลที่เข้ามาทำร้ายพระธิดาจนตาย แน่นอนว่าจ้าวอู่ก็ต้องถูกสงสัยแต่ทว่าฮ่องเต้ถังเกาจงเชื่อว่าไม่มีแม่ที่ไหนที่จะฆ่าลูกตัวเองได้

และเหมือนหวยจะล็อคเพราะว่าจากการสอบสวนก็พบว่าบุคคลที่อยู่กับพระธิดาคนสุดท้ายก็คือหวางฮองเฮานั่นเอง นางจึงถูกลงโทษด้วยการถอดออกจากตำแหน่งให้เป็นคนธรรมดาพร้อมกับสนมเซียวและกักขังไว้ภายในตำหนักเย็น ต่อมาฮ่องเต้ถังเกาจงนั้นมีรับสั่งให้ปล่อยตัวทั้งสองคนให้เป็นอิสระ แต่ทว่าจ้าวอู่ในตำแหน่งพระนางบูเช็กเทียนก็สั่งให้มือสังหารไปจัดการให้ดูเหมือนว่าเป็นการฆาตกรรมแบบจับมือใครดมไม่ได้

(จากเหตุการณ์ในช่วงนี้ นักประวัติศาสตร์ได้ออกมาโต้แย้งว่าอาจจะเป็นการ “เติมแต่ง” ให้พระนางบูเช็กเทียนกลายเป็นคนที่โหดร้ายมากขึ้น ซึ่งการที่ทารกตายนั้นอาจจะเป็นเพราะเหตุธรรมชาติก็ได้เช่นกัน แต่ก็ยังไม่ทิ้งประเด็นที่พระนางเป็นผู้ที่สังหารพระธิดาของตนเองออกไป)

หลังจากนั้นก็ตามสูตรจ้าวอู่ถูกแต่งตั้งให้เป็นฮองเฮาโดยการสนับสนุนของขุนนางที่นางติดต่อเอาไว้ส่วนขุนนางที่คัดค้านนั้นก็ถูกปลดด้วยเช่นกันเพื่อเป็นการกำจัดเสี้ยนหนาม พร้อมกับอ้อนขอให้ถอดตำแหน่งรัชทายาทที่เกิดกับสนมเซียวมาให้กับพระโอรสองค์โตของพระนาง

ดูเหมือนว่าคราวนี้อำนาจหลายๆ อย่างจะตกอยู่ในมือของพระนางเพราะว่าฮ่องเต้ถังเกาจงนั้นถ้าจะพูดกันตามความจริงก็ถือว่าเป็นฮ่องเต้ที่ไม่มีฝีมือ หนำซ้ำยังร่างกายไม่แข็งแรงจนพระนางบูเช็กเทียนต้องออกมาว่าราชการหลังม่านแทนเองบ่อยๆ ซึ่งพระนางก็ทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนระบบคัดเลือกขุนนางที่แต่เดิมนั้นจะคัดเลือกมาจากการแต่งตั้งโดยผู้มีอำนาจ หันมาใช้วิธีในการสอบเข้าเพื่อกระจายโอกาสไปยังผู้มีความสามารถที่แท้จริง

SHUTTERSTOCK

ความสามารถในการบริหารประเทศของพระนางนั้นมีมากจนถึงขนาดว่าฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจพระนางบูเช็กเทียน ก่อนที่จะมีรับสั่งใดๆ นั้นจำเป็นที่จะต้องผ่านความเห็นชอบจากพระนางเสมอ ด้วยเหตุนี้ก็เริ่มทำให้ฮ่องเต้ถังเกาจงนั้นเริ่มไม่พอใจเพราะความเก่งจนออกนอกหน้าเกินพระองค์นั่นเอง จนเหล่าขันทีที่ไม่พอใจกับอำนาจของพระนางเริ่มเห็นรอยร้าวนี้จึงสังเกตพฤติกรรมของพระนางเผื่อที่ว่ามีอะไรเข้าทางจะได้หยิบมาเล่นงานได้

ในปี ค.ศ.664 พระนางบูเช็กเทียนได้เชิญนักบวชในลัทธิเต๋าเข้ามาทำพิธีในราชสำนัก ซึ่งปกติแล้วนักบวชในลัทธิเต๋านั้นไม่สามารถเข้ามาทำพิธีใดๆ ได้เนื่องจากเป็นเรื่องต้องห้ามในราชสำนัก ขันทีนางหวังฝูเซิงได้ทีสบโอกาสนำเรื่องไปรายงานฮ่องเต้ถังเกาจงให้ทรงทราบ และพระองค์ได้ปรึกษากับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งขุนนางผู้ก็ไม่พอใจกับอำนาจของพระนางบูเช็กเทียนจึงแนะนำฮ่องเต้ให้ปลดพระนางออกจากตำแหน่ง แต่หูตาของพระนางบูเช็กเทียนที่มีอยู่ทั่ววังได้แจ้งให้พระนางรู้ก่อนที่พระบรมราชโองการจะถูกเขียน พระนางรีบเข้าเฝ้าฮ่องเต้และอ้อนวอนอย่าให้ปลดพระนาง ฮ่องเต้ก็ใจอ่อนในคำอ้อนวอน

แน่นอนว่าหลังจากพ้นเคราะห์ในคราวนี้ ผู้ที่ใส่ร้ายพระนางก็ต้องได้รับการชำระแค้นอย่างแน่นอน ทั้งขันทีและขุนนางที่บอกให้ฮ่องเต้ปลดพระนางนั้นถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฎต้องโทษประหารชีวิตรวมไปถึงองค์ชายหลี่จง พระโอรสองค์โตของฮ่องเต้ถังเกาจงที่เป็นแบ็คให้กับขุนนางทั้งสองต้องพลอยฟ้าพลอยโดนกำจัดไปด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นเสี้ยนหนามในราชสำนักก็หมดไป พระนางบูเช็กเทียนได้อ้อนให้ฮ่องเต้ถังเกาจงถวายการออกพระนามให้พระนางบูเช็กเทียนเป็น “สมเด็จพระราชินีแห่งสวรรค์” ที่มีฐานะเทียบเท่ากับฮ่องเต้ที่มีการออกพระนามว่า “สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งสวรรค์”

เรียบเรียง : SpokeDark.TV
————————————————–

คลิ้กอ่าน: จักรพรรดินีแห่งต้าถัง ‘บูเช็กเทียน’ ฮ่องเต้หญิงองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน (ตอนที่ 3)

COMMENTS