‘ยุทธนาวีอ่าวเลย์เต’ เมื่ออเมริกาจับมือออสเตรเลียต่อสู้กับญี่ปุ่น จนกลายเป็นสงครามทางทะเลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!

การต่อสู้ทางทะเลที่ถูกบันทึกว่าเป็นสงครามที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามที่มีกลยุทธ์มากมายเกิดขึ้น การร่วมมือกันของกองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตร (อเมริกัน-ออสเตรเลีย) ต่อสู้กับกองทัพเรือญี่ปุ่นที่มีกำลังเหนือกว่ามาก พวกเขาจะสู้อย่างไร มาดูกัน

WIKIPEDIA PD

ยุทธนาวีอ่าวเลย์เต ถูกเรียกอีกชื่อว่า สงครามทางทะเลฟิลิปปินส์ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี 1944 เป็นสงครามที่เกิดขึ้นในบริเวณใกล้กับเกาะเลย์เต เกาะซามาร์ และเกาะลูซอน ของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อกองกำลังสัมพันธมิตรได้พยายามบุกยึดแหล่งน้ำมันและฐานทัพของญี่ปุ่นในประเทศฟิลิปปินส์ ว่ากันว่าในช่วงเวลานั้นกองกำลังสัมพันธมิตรมีศักยภาพน้อยกว่ากองทัพญี่ปุ่นอยู่มาก

WIKIPEDIA PD

ในคืนวันที่ 23 ตุลาคม 1944 เรือดำน้ำอเมริกาพบเรือลาดตระเวนของญี่ปุ่นได้ก่อน และจมเรือไปได้ ก่อนเปิดฉากส่งเครื่องบินรบระดมยิงและทิ้งระเบิดสร้างความเสียหายแก่ฐานทัพญี่ปุ่นก่อนระดมพลขึ้นเกาะเลย์เต จากนั้นกองทัพญี่ปุ่นจึงเรียกระดมกำลังมายังพื้นที่แห่งนี้ ประกอบด้วยเรือรบยะมะโตะและมุซาชิ (เรือรบที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น) และเรือสนับสนุนที่อยู่ไม่ไกลมากนักให้มาช่วยเหลือ แต่ด้วยสภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้การสื่อสารนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก จนกองทัพญี่ปุ่นนั้นเสียหายอย่างหนัก

ต่อมาเมื่อกองทัพญี่ปุ่นเห็นทีท่าไม่ดีหลังถูกจมเรือรบไปลำแล้วลำเล่า พวกเขาจึงส่งเรือบินทุกเครื่องบินลำหนึ่งเป็นเหยื่อล่อแล่นไปยังทะเลเปิด เพื่อดึงดูดความสนใจให้กองทัพเรือสัมพันธมิตรตามมา และเพื่อเปิดทางให้กับกองทัพญี่ปุ่นที่กำลังตามมาช่วยเหลือสามารถเข้ามายังเกาะได้โดยไม่ถูกโจมตี ซึ่งมันก็ได้ผล “วิลเลียม ฮัลซี” พลเรือเอกของสหรัฐฯ สั่งให้ติดตามเรือลำนี้ไปและจัดการจมให้สิ้น

(เรือยะมะโตะแห่งกองทัพเรือญี่ปุ่น)

WIKIPEDIA PD

จนกระทั่งในวันที่ 25 ตุลาคม 1944 กองทัพเรือญี่ปุ่นที่ตามมาสนับสนุนก็เดินทางมายังอ่าวเลย์เตได้ทัน เรือยะมะโตะสามารถจมเรือบรรทุกเครื่องบินคุ้มกันและทำลายเรือพิฆาตของฝ่ายสัมพันธมิตรเสียหายอย่างหนัก (จมหลังจากนั้น) อีก 2 ลำ หลังจากนั้นก็เกิดการต่อสู้กันอยู่อีก แต่ยุทธวิธีของกองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรเน้นที่เครื่องบินเป็นหลัก ต่างจากญี่ปุ่นที่ใช้เรือรบเป็นหลัก ทำให้เรือหลายลำที่ตามมาช่วยนั้นก็ถูกเครื่องบินข้าศึกโจมตีจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก และถอยทัพกลับไป

ในตอนนี้สถานการณ์โดยรวมแล้วกองทัพญี่ปุ่นเสียเปรียบมากเกินกว่าที่คิดทำให้ “นายพลคุริตะ ทาเคโอะ” ที่บัญชาการกองเรือยะมะโตะ สั่งหันหัวเรือรบขึ้นเหนือมุ่งหน้ากลับญี่ปุ่นทันที ท่ามกลางความแคลงใจของทหารญี่ปุ่นหลายคนบนเรือ การตัดสินใจของเขาในครั้งนี้ก็ยังเป็นที่น่าแปลกใจของนักประวัติศาสตร์หลายคนด้วย เพราะเดิมทีคนญี่ปุ่นนั้นจะไม่ยอมแพ้หรือหนีจากสงคราม เขาจึงถูกตราหน้าว่าเป็นพวกขี้ขลาด แต่ในมุมมองอีกด้านคือ เขาไม่ต้องการให้ทหารนับพันบนเรือต้องตายเปล่าในสงครามที่รู้ว่ายังไงก็แพ้

กล่าวกันว่าหลังจากพ่ายแพ้ในยุทธการครั้งนี้ ทำให้กองทัพเรือญี่ปุ่นเสียหายยับเยินจนนำไปสู้การพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยหลังเรือรบถูกจมไปกว่า 27 ลำ เสียหายอีก 17 ลำ เครื่องบินรบอีกกว่า 500 ลำถูกทำลายทั้งหมด ส่วนกองกำลังสัมพันธมิตรถูกจมเรือรบไป 6 ลำ เสียหาย 6 ลำ เครื่องบินรบ 100 ลำถูกสอยร่วง

(ภาพเหตุการณ์เครื่องบินญี่ปุ่นทำกามิกาเซ่ กับเรือรบสหรัฐฯ)

WIKIPEDIA PD

ยุทธการอ่าวเลย์เตยังเป็นการรบครั้งแรกที่กองทัพญี่ปุ่นนำการโจมตีแบบ กามิกาเซ่ (คะมิกาเซะ) มาใช้กับกองทัพสหรัฐฯ หรือที่รู้จักกันในวิธีการพลีชีพด้วยเครื่องบินรบด้วย

เรียบเรียง : SpokeDark.TV
————————————————————–

คลิ้กอ่าน: 5 เกร็ดสาระน่ารู้ของนักบินพลีชีพกามิกาเซ่…หนึ่งในนั้นคือผู้รอดชีวิตจากภารกิจศักดิ์สิทธิ์ 3 ครั้งซ้อน!

COMMENTS