TOKYO IDOLS: ว่าด้วยความรักระหว่างผู้เปย์กับผู้ถูกเปย์

DocumentaryClubTH

Tokyo Idols เป็นภาพยนตร์สารคดีที่สำรวจวัฒนธรรมที่ดูเหมือนจะเฉพาะกลุ่มเล็กๆ แต่ปัจจุบันธุรกิจไอดอลกลับเติบโตขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับเศรษฐกิจในญี่ปุ่นที่กำลังซบเซา และสำรวจ “โอตะคุ” คำที่ใช้เรียกคนที่หลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนเหมือนใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่กับสิ่งๆ นั้น ถึงแม้จะดูแปลกแยกเป็นของประหลาดในสังคม แต่ก็กลายเป็นของธรรมดาไปแล้วในยุคนี้เช่นเดียวกัน สำหรับ “โอตะคุ” เชื่อว่าหลายคนคงนึกภาพออกว่าต้องเป็นผู้ชายแต่งตัวเชยๆ ใส่แว่น สะพายเป้ พูดกับใครไม่รู้เรื่อง มีความสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความหลงใหลชนิดดำดิ่งถึงขั้นหมกมุ่น ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน อนิเมชั่น มังงะ หรือ “ไอดอล” ที่หนังเรื่องนี้ยกขึ้นมาเป็นประเด็น หนังเรื่องนี้ทำหน้าที่พาเราไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีวัฒนธรรมที่ปล่อยให้คนรุ่นลุงตามเชียร์เด็กผู้หญิงอายุรุ่นลูกรุ่นหลานอย่างเอาเป็นเอาตาย ลุงพวกนี้ตะโกนสุดเสียง ใช้เงินจำนวนมากที่ทั้งชีวิตนี้หามาได้ไปกับการซื้อสินค้าเพื่อให้ได้สิทธิ์พบปะกับไอดอลเพียงไม่กี่วินาที ลุงพวกนี้มักเป็นโสดและดูโดดเดี่ยว โอตะคุผู้ถูกสัมภาษณ์ในหนังเรื่องนี้ บางคนถึงขั้นเลิกกับแฟนเพื่อตามไอดอล บางคนเคยผิดหวังในชีวิต รู้สึกหมดความฝันในชีวิต จึงทุ่มเทเงินและเวลาไปกับความฝันของคนอื่น

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรื่องแบบนี้ดูน่าเศร้า แต่หนังเรื่องนี้ก็ตามเกาะติดเหล่าโอตะคุรุ่นลุงอายุ 40-50 ด้วยมุมมองที่ไม่ตัดสินถูกผิด ทิ้งคำถามให้เราว่า “จะมีปัญหาอะไรถ้าพวกเขามีความสุขดี ?” ถ้าไม่มีวิถีชีวิตแบบนี้ พวกเขาก็คงเป็นแค่ลุงที่แสนเศร้า อย่างน้อยก็มีสิ่งที่พวกเขาอยากจะทำที่สุดในชีวิต คือการให้กำลังใจสาวน้อยพวกนี้ ส่วนทางฝั่งไอดอล หนังเรื่องนี้ก็ตามไปดูอาชีพของเด็กสาว 3-4 วง โดยเลือกเล่าเรื่องของ ‘ริโอะ’ ไอดอลที่โด่งดังมาจากใต้ดินเป็นหลัก เพื่อพาเราไปดูมุมของเด็กผู้หญิงที่อยากจะเป็นไอดอลด้วยเหตุผลที่หลากหลาย (บางคนเริ่มอาชีพนี้ตั้งแต่ 10 ขวบก็มี!!) การเริ่มต้นที่ทุกคนก็ต้องรู้สึกกลัวเป็นธรรมดาเมื่อเจอคนรุ่นลุงจำนวนมากแห่มารายล้อมในคราวแรก แต่ก็ยืนยันว่าทุกวันนี้เธอรักแฟนทุกคนเท่ากันเหมือนลูก!! ฟังดูตอนแรกก็รู้สึกเหมือนคำโฆษณาเกินจริง แต่เราก็ได้เห็นเคมีของเหล่าแฟนคลับโอตะคุกับไอดอลที่มีความเป็นธรรมชาติซึ่งไม่ธรรมดาและยากที่จะบอกเป็นตัวหนังสือได้ ต้องขอให้ลองไปชมด้วยตัวเอง  และยังมีความเห็นที่ผู้กำกับไปสัมภาษณ์นักหนังสือพิมพ์กับเหล่านักวิเคราะห์ ที่ให้ความเห็นหักล้างกับวิถีชีวิตของเหล่าโอตะคุ ว่าจริงๆ แล้วมันเป็นปัญหาสังคมหรือเปล่า เพราะญี่ปุ่นมีอัตราการเกิดต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่เหล่าโอตะคุ (ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ) เลือกที่จะรักษาความสัมพันธ์กับเหล่าไอดอล พบปะพูดคุยผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ไปงานจับมือครั้งละ 10 วินาที ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยกว่าการมีแฟนจริงๆ และพวกโอตะคุก็ยังให้ความเห็นว่าการมีแฟนจริงๆ มันยุ่งยากเกินไป แพงเกินไป และทำให้ไม่มีอิสระในชีวิต และถึงแม้จะรู้ว่าเหล่าสาวๆ ไอดอลจะไม่ได้รักพวกเขามากไปกว่าลูกค้าแฟนเพลง แต่ก็เป็นการรับประกันว่าตราบใดที่พวกเขามีเงินจ่าย พวกเขาก็จะไม่มีวันถูกทิ้งหรือผิดหวังในความสัมพันธ์นี้ เป็นความสบายใจที่พวกเขายอมจ่ายในรูปแบบของการเปย์ หนังยังมีมุมของพ่อแม่ที่เสนอให้เราดูว่าเพราะอะไรพวกเขาถึงโอเคกับอาชีพนี้ของลูกๆ น่าเสียดายที่มุมมองในเรื่องความเป็นผู้หญิงในสังคมญี่ปุ่นกลับมีน้อย หนังเปิดประเด็นเพียงว่า เพราะสังคมญี่ปุ่นไม่มีพื้นที่ให้ผู้หญิงโดดเด่นในหน้าที่การงาน มีเพียงไอดอลที่จะทำให้ผู้หญิงอยู่ในจุดสูงสุดได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องอยู่ในความคาดหวังที่วาดภาพผู้หญิงว่าต้องบริสุทธิ์ผุดผ่องน่ารักอยู่ดี น่าเสียดายที่ประเด็นนี้กลับถูกพูดถึงไม่มากเท่าไหร่ เมื่อต้องเกลี่ยเวลาไปให้ประเด็นต่างๆ ในหนัง

สุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้ไม่ได้ฟันธงว่าวัฒนธรรมไอดอลเป็นตัวแทนของความบิดเบี้ยวในสังคม หรือเป็นเรื่องของการตลาดกับลูกค้าของตายที่พร้อมจะหลับหูหลับตาจ่ายเงิน แต่กลับเป็นตัวสะท้อนให้เราเห็นความเหงาของคนยุคนี้ ปัญหาของความคาดหวังในสังคมที่คนรุ่นหลังมีแต่จะทำได้ยากขึ้นทุกทีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย การมีไอดอลก็เป็นเหมือนศาสนาที่ให้พวกเขายึดเหนี่ยวและมีชีวิตต่อไปได้

DocumentaryClubTH

Tokyo Idols  เข้าฉายในวันพฤหัสบดี 31 สิงหาคมเป็นต้นไป ที่ SF  ติดตามรอบฉายได้ที่ https://www.facebook.com/DocumentaryClubTH/

COMMENTS