ย้อนรอย! ประวัติศาสตร์ความขัดแย้งกับ ‘สนธิสัญญาแวร์ซาย’ หนึ่งในชนวนเหตุแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง

สนธิสัญญาแวร์ซาย คือสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตรและเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยจัดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 1919 สนธิสัญญาดังกล่าวได้กำหนดให้เยอรมนีต้องเป็นฝ่ายยินยอมรับผิดในฐานะผู้ก่อสงครามแต่เพียงผู้เดียว และต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนมหาศาล

WIKIPEDIA PD

สนธิสัญญาแวร์ซาย เป็นที่รู้จักกันในฐานะสนธิสัญญาที่เอารัดเอาเปรียบเยอรมนีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฝ่ายฝรั่งเศส ที่ต้องสูญเสียทหารไปกว่า 1.5 ล้านนายในแนวรบด้านตะวันตก รวมถึงประชาชนอีก 40,000 นาย นายกรัฐมนตรีของฝรั่งเศส จอร์จ คลูมองโซ ต้องการล้างแค้นเยอรมนีที่สร้างความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของชาวฝรั่งเศส จึงทำการบีบบังคับให้เยอรมนียินยอมในสนธิสัญญาที่เอารัดเอาเปรียบเช่นนี้ เพื่อหวังให้เยอรมนีอ่อนแอทั้งในทางเศรษฐกิจ การทหารและการเมือง จนไม่มีโอกาสคิดรุกรานหรือต่อต้านฝรั่งเศสอีกต่อไป และยังเป็นการล้างแค้นจากสนธิสัญญาแฟรงก์เฟิร์ตที่เคยทำไว้กับเยอรมนีเมื่อปี 1871 ที่กล่าวได้ว่าเยอรมนีเองก็เอารัดเอาเปรียบฝรั่งเศสไม่น้อยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติมหาอำนาจฝ่ายสัมพันธมิตรอย่าง อังกฤษ ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา โดยมีฝรั่งเศสเป็นตัวตั้งตัวตีในการเอารัดเอาเปรียบเยอรมนี ส่วนข้อเสนอของอังกฤษนั้นมีความยืดหยุ่นกว่า เพราะยังต้องการทำการค้าขายกับเยอรมนีในอนาคต ส่วนสหรัฐอเมริกามีท่าทีประนีประนอม ต้องการให้สงครามยุติลงโดยไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะ

WIKIPEDIA PD

ในท้ายที่สุด เยอรมนีก็ต้องยินยอมตกลงในสนธิสัญญาครั้งนี้ ด้วยข้อตกลงของสนธิสัญญาแวร์ซาย ทำให้แคว้นไรน์แลนด์กลายเป็นเขตปลอดทหาร กองทัพเยอรมันต้องถูกจำกัดทหารเหลือเพียง 100,000 นาย ห้ามผลิตอาวุธหรือนำเข้าและส่งออกอาวุธ และกองทัพเรือของเยอรมนีก็ยังถูกจำกัดขนาดให้เล็กลงและห้ามมีเรือดำน้ำโดยเด็ดขาด และต้องยอมสูญเสียดินแดนอาณานิคมทั้งหมด และดินแดนบางส่วนในแผ่นดินแม่ โดยพาะดินแดนปรัสเซียตะวันตก ที่ต่อมากลายเป็นสาธารณรัฐโปแลนด์ที่สอง

แน่นอนว่าเงื่อนไขเหล่านี้เป็นการเอารัดเอาเปรียบเยอรมนีเป็นอย่างมาก ในภายหลัง นายทหารของฝรั่งเศสมองว่าสนธิสัญญาดังกล่าวให้ความเมตตาเยอรมนีมากเกินไป นี่ไม่ใช่สนธิสัญญาสงบศึก แต่เป็นสนธิสัญญาพักรบที่มีอายุเพียง 20 ปี ส่วนสหรัฐอเมริกาได้ปฏิเสธการอนุมัติสนธิสัญญาดังกล่าว โดยมองว่าสนธิสัญญาฉบับนี้จะนำมาสู่สงครามโลกครั้งใหม่ในอนาคต

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS