‘Vasili Blokhin’ นายทหารที่โหดเหี้ยมที่สุดของโซเวียต เพชฌฆาตผู้สังหารเชลยชาวโปแลนด์หลายพันคนในเวลาไม่ถึงเดือน

แม้ใครหลายคนจะเคยอ่านเรื่องราวการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โหดร้ายในช่วงสงครามกันมาเยอะ ซึ่งเรื่องราวของทหารโซเวียตรายนี้ก็ได้ชื่อว่าโหดร้ายไม่แพ้กันหลังเป็นผู้สังหารเชลยศึกชาวโปแลนด์ไปกว่า 7,000 คน โดยใช้เวลาเพียง 28 วัน หนึ่งในเพชฌฆาตที่สังหารคนมากที่สุดในโลก

WIKIPEDIA PD

Vasili Blokhin ทหารชาวโซเวียตที่เริ่มต้นจากการเป็นหน่วยลอบสังหาร “WetWork” ที่รับคำสั่งโดยตรงจาก ‘โจเซฟ สตาลิน’ ผู้นำจอมโหดของโซเวียตในช่วงเวลานั้น ผลงานของเขานั้นเข้าตา ก่อนเลื่อนขั้นมาเป็นหัวหน้าย่อยในหน่วยสืบราชการลับโซเวียต (MKVD) โดยในปี 1939 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ครั้งที่โซเวียตบุกยึดโปแลนด์ได้นั้น เขารับหน้าที่เป็นเพชฌฆาตตามคำสั่งสังหารเชลยศึกชาวโปแลนด์ที่อยู่ในการควบคุม 22,000 คนทิ้ง จากการคำอนุมัติที่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรที่ลงนามโดย “โจเซฟ สตาลิน” นำไปสู่การสังหารหมู่สุดโหด ที่รู้จักกันภายหลังในชื่อ “การสังหารหมู่กาตึญ” (Katyn Massacre)

เชลยศึกชาวโปแลนด์ที่อยู่ในค่ายกักกันของโซเวียต ส่วนใหญ่เป็นอดีตทหารและตำรวจจะถูกนำตัวไปยังห้องโถงใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ และซักประวัติเชลยศึกทีละคน จากนั้นจะถูกส่งไปห้องสังหารที่ออกแบบให้เก็บเสียง เชลยจะถูกจับให้นั่งคุกเข่าหันหลังให้กับ Vasili Blokhin ที่สวมผ้ากันเปื้อน ถุงมือหนัง และ อาวุธปืนสั้น Walther PPK ของเยอรมัน รับหน้าหน้าที่ลงมือสังหาร ว่ากันว่าในทุกคืนมีเหยื่อถูกสังหารถึง 300 คนต่อคืน โดยใช้เวลาวันละ 10 ชั่วโมง เป็นเวลา 28 วันติดต่อกัน รวมแล้วมีเชลยศึกชาวโปแลนด์ถูกสังหารไปมากกว่า 7,000 คน ถือเป็น เพชฌฆาตที่สังหารเหยื่อไปมากที่สุดในโลกของกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด

AFP

ในปี 1941 โจเซฟ สตาลินผู้นำโซเวียตประกาศสงครามกับเยอรมัน และหันมาจับมือกับโปแลนด์เป็นชาติพันธมิตร เชลยศึกชาวโปแลนด์ที่เหลืออีกหลายพันคนในค่ายกักกันของโซเวียตจึงถูกปล่อยให้เป็นอิสระ จากนั้นรัฐบาลโซเวียตก็ถูกกดดันอย่างหนัก เพื่อเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของเชลยศึกชาวโปแลนด์จำนวนมาก หลังอ้างว่าเชลยศึกได้หลบหนีไปยังแมนจูเรีย (ประเทศจีนในปัจจุบัน)

จนกระทั่งในปี 1943 ทางการเยอรมันประกาศว่าได้พบหลุมศพขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นศพเชลยศึกชาวโปแลนด์ บริเวณเมืองกาตึญ (Katyn) ในประเทศโซเวียต ทันทีทันใดรัฐบาลโซเวียตก็ออกมาโยนความผิดว่าเป็นฝึมือของเยอรมัน เพราะกระสุนและปืนสั้นที่ใช้สังหารเป็นของเยอรมัน จนท้ายที่สุดทั้งโปแลนด์และโซเวียตก็ได้ยุติความสัมพันธ์ทางการทหาร จากข้อพิพาทเกี่ยวกับเชลยศึกนับแต่นั้น ต่อมาหลังจากโจเซฟ สตาลิน เสียชีวิต ชีวิตของเพชฌฆาตรายนี้ก็จบลงด้วยการฆ่าตัวตายในปี 1955

WIKIPEDIA PD

แต่ความลับไม่มีในโลก ในปี 1992 เรื่องก็แดงขึ้นหลังรัฐบาลรัสเซียนำเอกสารเกี่ยวกับสังหารหมู่ดังกล่าวออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ และประกาศว่าเป็นฝีมือของหน่วย NKVD จริง โดยมี โจเซฟ สตาลินและผู้นำคนอื่นๆ ของโซเวียตในช่วงนั้นเป็นผู้สั่งการ

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS