ส่อง 5 แฟชั่นสุดแปลกจากอดีต เขาใส่กันไปได้ยังไง แถมฮิตระเบิดระเบ้อ

โลกแฟชั่นปัจจุบันเป็นอุตสาหกรรมขนาดยักษ์ทำเงินได้ปีละมหาศาล แฟชั่นมีการปรับเปลี่ยนตัวเองอยู่ตลอดเวลา นี่คือแฟชั่นสุดแปลกจากในอดีตและบางอันยังเป็นอันตรายต่อชีวิตด้วย

WIKIPEDIA PD

1. กระโปรงสุ่มไก่ (Crinolines)ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ตัวกระโปรงมีโครงแข็งด้านในเพื่อพยุงผ้าให้ดูบานได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะขยับตัวหรือทำอะไรก็ตาม โครงทำจากเหล็กหรือไม้ดัดให้โค้งงอ ได้รับความนิยมอย่างมากในชนชั้นสูงต่อมาได้แพร่หลายไปยังชนชั้นล่าง

กระโปรงสุ่มไก่เป็นแฟชั่นที่แฝงมาด้วยความอันตรายเนื่องจากความเทอะทะทำให้ผู้ใช้งานเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวกแล้ว มันยังทำให้เกิดอุบัติเหตุที่น่าเศร้าอีกด้วย มีหญิงสาวต้องเสียชีวิตเพราะตัวโครงและผ้าเกิดไฟลุกไหม้จนถอดออกได้ทัน โดนเครื่องจักรและล้อรถยนต์ดูด หรือแม้กระทั่งการที่เกิดไฟไหม้อาคารและหญิงสาวไม่สามารถหนีออกมาได้เพราะตัวโครงติดอยู่ที่ประตู มีการรายงานการเสียชีวิตจากการใส่กระโปรงสุ่มไก่ราว 3,000 คน

WIKIPEDIA PD

2. Codpiece เป็นแฟชั่นของสุภาพบุรุษในยุคเรอเนสซองส์ วิธีการใช้งานก็ครอบไปตรงๆ ที่เป้า ตัวกระจับด้านในจะใส่นุ่นหรือขนคอม้า จุดประสงค์การใช้งานมิใช่เพื่ออวดขนาดอวัยวะเพศแต่กางเกงในสมัยโบราณจะประกอบด้วยผ้า 2 ชิ้น เมื่อนำมาสวมใส่จะเกิดช่องว่างบริเวณเป้าจึงได้มีการคิดค้น Codpiece ขึ้นมาเพื่อปกปิดช่องว่างเหล่านี้

Codpiece สามารถเป็นเครื่องแสดงถึงฐานะทางสังคมของผู้สวมใส่ได้จากการประดับเพชรนิลจินดาเพิ่มมูลค่า บางครั้งก็เป็นที่ใส่เหรียญหรือซ่อนมีดอันเล็กๆ อีกด้วย

WIKIPEDIA PD

3. ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ได้บังเกิดแฟชั่นของชายชาวอังกฤษเรียกว่า มะกะโรนี เป็นแฟชั่นที่สุดโต่งไม่มีคำว่าประนีประนอม แฟชั่นมะกะโรนีเน้นความฉูดฉาดดึงดูดสายตา พวกเขาจะสวมวิกผมที่สูงสุดเอื้อม พร้อมแปะหมวกใบเล็กๆ ไว้ด้านบน สวมเสื้อกั๊กหางยาวลวดลายวิจิตร ประดับอัญมณีหลากสีสัน ทาหน้าขาววอก เสื้อผ้าอาภารณ์จะต้องเป็นสีที่ฉูดฉาดแตกต่างจากสีพื้นๆ เรียบๆ ตามสมัยนิยมของอังกฤษในเวลานั้น

WIKIPEDIA CC NICOLE.C.S.Y96

4. ในปัจจุบันหากเราต้องการผ้าสีอะไรสามารถเลือกย้อมได้ตามต้องการด้วยสารเคมีที่ปลอดภัย แต่ในสมัยวิคตอเรียนสีเขียวนั้นจะใช้สารหนูเป็นสารเคมีที่ใช้ย้อมผ้า ดังนั้นมันจึงมีความอันตรายต่อผู้ผู้สวมใส่และผู้ที่สัมผัส สารหนูไม่ได้ถูกใช้แค่เพียงกับเสื้อผ้า มันยังถูกใช้ในของเล่นเด็ก ขนม สีทำหรับทำงานศิลปะหรือทาผนัง ต่อมาเมื่อผู้คนได้ทราบถึงภัยจากสารหนูจึงได้มีการนำมันไปใช้เป็นยาฆ่าแมลงและใช้สารเคมีย้อมผ้าชนิดอื่นที่ปลอดภัยแทน

5. ศีรษะล้านแม้จะเป็นกรรมพันธุ์ แต่การที่ผมร่วงจากหนังศีรษะอย่างหนักก็อาจจะมาจากสาเหตุอย่างซิฟิลิสได้ ดังนั้นวิกจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในคริสต์ศตวรรษที่ 17-18 ที่ช่วงเวลานั้นซิฟิลิสได้ระบาดไปทั่วยุโรป หากคุณเป็นคนศีรษะล้านแล้วไม่ได้ใส่วิกคุณจะต้องถูกซุบซิบนินทาถึงสาเหตุก็ได้

WIKIPEDIA PD

วิกเป็นเครื่องแสดงถึงสถานะทางสังคมได้ นิยมใช้กันในหมู่ชนชั้นสูง ต่อมาเมื่อมีการปฏิวัติฝรั่งเศสจึงได้เสื่อมความนิยมลงไป แป้งที่ใช้จะผสมน้ำหอมจากลาเวนเดอร์และส้มลงไปด้วยพราะว่าต้องการกลบกลิ่นตัวของผู้สวมใส่เนื่องจากผู้คนไม่นิยมอาบน้ำกันนั่นเอง

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS