‘คอมมิวนิสต์’ คืออะไร?

คำว่า คอมมิวนิสต์ ว่ากันหยาบ ๆ ก็มาจากคำว่า “คอมมูน” ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส ภาษาละติน ภาษาอังกฤษ คือเป็นคำพื้น ๆ ในภาษาทางยุโรป แปลว่า กลุ่มคน การรวมกลุ่มของคน การอยู่ร่วมกันของคนโดยมีการแบ่งปันทรัพย์สิน พื้นที่ ทรัพยากร ร่วมกัน ซึ่งในแต่ละกลุ่มก็ไม่จำเป็นต้องมีวิธีเหมือนกัน เรียกว่ามันเป็น concept กว้าง ๆ ในการอยู่ร่วมกันดีกว่า

อุดมการณ์คอมมิวนิสต์ที่แท้จริงนั้น เป็นอุดมการณ์ที่เกี่ยวโยงกับเศรษฐกิจอย่างมาก มีหลักการที่ฟังดูง่ายแต่ที่จริงซับซ้อนกว่านั้น นั่นก็คือ “ไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไรทั้งสิ้นและทุกคนเป็นเจ้าของทุกอย่าง” ซึ่งหมายความว่า “สมบัติทุกอย่างเป็นของส่วนรวม ทุกคนทำเพื่อส่วนรวม เพราะส่วนรวมคือทุกคน ทรัพย์สินและผลประโยชน์ทั้งหลายก็จะถูกนำมาแบ่งปันอย่างเท่าเทียม และทุกคนก็จะมีความสุข ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่มีใครต้องอดอยาก ไม่มีใครกอบโกยทรัพยากรไปเก็บไว้มาก ๆ” เรียกว่า เป็น “สังคมในอุดมคติ” นั่นเอง

ไอเดียนี้เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า คนบนโลกมี 2 ประเภท คือ พวกที่ถือครองทรัพยากร หรือ เรียกง่าย ๆ ว่านายทุน กับพวกที่ใช้แรงงาน หรือเรียกว่าพวกกรรมาชีพ นายทุนเอาเปรียบแรงงาน ให้แรงงานทำงานหนักแลกเงินเพียงเล็กน้อย นายทุนก็เอาเงินต่อเงินรวยเอารวยเอา แรงงานก็หาเช้ากินค่ำ ไม่เคยได้ลืมหน้าอ้าปากแล้วก็ตายไป

123RF

แนวคิดแบบคอมมิวนิสต์จะบอกว่า เศรษฐกิจแบบเสรีนิยมมันเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ชนชั้นทางสังคมทำให้เกิดคนได้เปรียบเสียเปรียบ คนชั้นล่างหรือชนชั้นกรรมกรถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดมาเป็นแรงงานแทบจะไม่มีทางเลื่อนชั้นทางสังคมขึ้นไปได้ มีหน้าที่เกิดมาเป็นทาสนายทุน สร้างความร่ำรวยให้นายทุนแล้วก็ตายไป

จึงทำให้หลายคนมองว่าคอมมิวนิสต์ไม่ชอบความเจริญ ซึ่งไม่จริง ไม่มีใครปฏิเสธความเจริญ แต่คอมมิวนิสต์จะมองความความเจริญต้องได้รับการแบ่งปันออกไปอย่างเท่าเทียมมากกว่า โดยการทำให้เท่าเทียมก็คือการเอาทุกอย่างมากองรวมกันแล้วก็ช่วยกันสร้างความเจริญแบบเป็นหมู่คณะ

ไม่แปลกเลยที่ชนชั้นปกครองทั่วโลกจะร่วมมือกันทำให้คำว่า คอมมิวนิสต์ เป็นคำที่น่ากลัว สยองขวัญ ผิดกฎหมาย ชั่วร้าย และเกิดการฆ่ากันขนานใหญ่

นั่นคือในยุคของสงครามเวียตนามและสงครามเย็นในทศวรรษที่ 1960 จนถึงการล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นก็คือ สหภาพโซเวียตในปี 1991 ซึ่งก็ล่มสลายด้วยตัวเอง ไม่ได้มีใครไปทำให้ล่มแต่อย่างใด

WIKIPEDIA PD

ถ้าถามว่าทำไมล่ม ? ก็คงมีหลาย ๆ ปัจจัย แต่ถ้าเรามองอุดมการณ์คอมมิวนิสต์อย่างเป็นอุดมการณ์จริง ๆ แล้ว ไม่มีประเทศไหนเลยที่ปกครองระบอบคอมมิวนิสต์แล้วสามารถเดินทางไปถึงความเป็นสังคมคอมมิวนิสต์อย่างแท้จริงตามที่คนคิดเค้าวาดฝันเอาไว้

สังคมคอมมิวนิสต์ในอุดมการณ์นั้น ทุกคนเท่าเทียมกันหมด การตัดสินใจทุกอย่างมาจากการใช้เหตุผลและตรรกะ ไม่มีอารมณ์ ไม่มีผลประโยชน์ มีเพียงผลประโยชน์ของส่วนรวมเท่านั้น แต่กว่าจะไปถึงตรงนั้นได้ กว่าจะเปลี่ยนระบบสังคมจากทุนนิยมไปสู่ความไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไรอย่างแท้จริง ก็จะต้องมีการปฏิวัติ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน มันต้องบังคับคน ต้องยึดทรัพย์คน ต้องส่งคนออกไปทำนารวม มันต้องมีการใช้ความรุนแรงเยอะอยู่ และเมื่อคนที่ใช้ไปแล้ว มีอำนาจแล้ว ใครมันจะไปอยากปล่อยวางอำนาจนั้น

จากแนวคิดที่เป็นอุดมการณ์สวยงามของการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมอุดมคติ ก็เลยกลายเป็นการปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศนั้น ๆ สุดท้ายกลายเป็นคณาธิปไตย ซึ่งก็คือระบอบเผด็จการอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง

123RF

ในส่วนของเศรษฐกิจนั้น มันก็บิดเบี้ยวไปมาก เพราะเมื่อคนเราทำงานหนักไปก็ได้ส่วนแบ่งเท่าเดิม ทำงานให้ตายก็ไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน แถมถูกปกครองแบบเผด็จการกดหัว เจ้าหน้าที่รัฐก็คอรัปชั่นหนักหน่วงไม่ต่างจากประเทศเผด็จการ คนก็ไม่มีแรงขับเคลื่อนในชีวิตไปอีก ก็อยู่กันไปวัน ๆ ทำงานเท่าที่จำเป็น พยายามเอาตัวรอดจากการอดตายก็หมดเวลาแล้ว

จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีประเทศคอมมิวนิสต์ประเทศไหนไปสู่โลกแห่ง “ยูโทเปีย” ที่ฝันถึงได้เลยบางประเทศก็โดดเดี่ยวและกลายเป็นประเทศเผด็จการนิวเคลียร์แบบเกาหลีเหนือ บางประเทศก็เลิกเป็นคอมมิวนิสต์ไปเลยเช่นสหภาพโซเวียต บางประเทศก็นำความคิดสุดโต่งมาทำให้เกิดความรุนแรงระดับฆ่าล้างคนประเทศตัวเองอย่างเขมรแดงในกัมพูชา บ้างก็ใช้อุดมการณ์คอมมิวนิสต์ปลุกปั่นแย่งชิงอำนาจจนนองเลือดไปทั้งแผ่นดินตอนปฎิวัติวัฒนธรรมในจีน และสังคมคอมมิวนิสต์ในระดับประเทศเรียกได้ว่าไม่เคยเกิดขึ้นได้จริงแม้แต่ครั้งเดียว

123RF

แต่แนวคิดก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ถูกปรับสมดุลโดยไม่ต้องไปสุดทาง คือไม่ต้องถึงขนาดลุกมายึดทรัพย์กัน ซึ่งเราเรียกว่า “โซเชียลลิสต์” คือชนชั้นแรงงานควรได้รับส่วนแบ่งและประโยชน์ที่เป็นธรรมต่อตนเองในรูปแบบสวัสดิการรัฐต่างๆ หรือการเก็บภาษีในอัตราที่สูงทำให้ไม่มีความเหลื่อมล้ำสูงจนน่าเกลียด การกระจายรายได้ทำให้คนในสังคมสามารถคุณภาพชีวิตในระดับสูง ตัวอย่างที่ดีก็พวกประเทศฝั่งสแกนดิเนเวียทั้งหลายนั่นล่ะ

ข้อคิดที่ได้อย่างนึงแน่ ๆ ก็คือ ไม่ว่าเราจะอยู่ในประเทศแบบไหนก็ตาม การทำงานหนักนั้นไม่ได้ทำให้รวยเสมอไปแน่นอน ไม่งั้นทาสก็คงรวยสุดแล้ว

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS