ทำไม? COVID-19 ทำให้บริษัทรับฝากสเปิร์มในสหรัฐฯ มียอดขายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

นับตั้งแต่ COVID-19 เริ่มระบาดปลายปี 2019 ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก เกิดการว่างงาน ปัญหาขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค แต่ที่น่าแปลกใจในช่วงวิกฤตแบบนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวกับการสืบพันธ์ุกลับได้ประโยชน์จากการเหตุการณ์ในครั้งนี้

WIKIPEDIA PD

CryoChoice ธนาคารรับฝากสเปิร์มและไข่ แบบ Private Sperm Banking ในสหรัฐฯ ที่ให้คำปรึกษาการมีบุตรและบริการที่เกี่ยวข้องบางส่วน ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ตอนนี้ทางบริษัทมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์และมีผู้สนใจติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก หลังการประกาศล็อกดาวน์ในสหรัฐฯ

ENVATO.ELMENT

เช่นเดียวกันกับ Dadikit หนึ่งในบริษัทจำหน่ายชุดเก็บสเปิร์มแบบพกพา พวกเขามียอดขายพุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งแพคเกจที่ขายดีตอนนี้สามารถฝากสเปิร์มไว้ได้นาน 5 ปี ในราคา 1,090 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 35,000 บาท

ข้อมูลเหล่านี้บ่งชี้ว่าการเกิดโรคระบาดนี้ทำให้หลายครอบครัวในสหัฐฯ เกิดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการมีทายาทในอนาคต อีกทั้งจากภาวะความเครียด ความวิตกกังวลกับสถานการณ์โรคระบาด ส่งผลให้คนจำนวนยอมเสียเงินสูงถึง 100 – 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ราว 3,000 – 6,000 บาท ต่อเดือน เพื่อที่จะฝากไข่หรือสเปิร์มของพวกเขาให้ปลอดภัยในช่วงที่วิกฤตโรคระบาดนี้ยังไม่สิ้นสุด

แม้ว่าในขณะนี้จะไม่มีงานวิจัยใดยืนยันว่า COVID-19 ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ป่วยในระยะยาวกับผู้ป่วยหรือไม่ จากข้อมูลพบว่าคู่รักทั่วโลกราว 15 % หรือ 48.5 ล้านคู่ มีภาวะมีบุตรยาก แบ่งเป็นเกิดจากฝ่ายชาย 20-30 % ฝ่ายหญิง 20-35 % เกิดจากทั้งสองคน 25-40 % และหาสาเหตุไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไรทั้งที่ทั้งคู่มีสภาพร่างกายแข็งแรงอยู่ที่ 10-20 %

โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเจริญพันธุ์ของมนุษย์ที่แพทย์ทั่วโลกยืนยันส่วนใหญ่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่จัด ติดสารเสพติด ปัญหาสุขภาพ และความเครียด

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS