สุภาพบุรุษนักการทูต! ‘โจว เอินไหล’ นายกในดวงใจตลอดกาลของชาวจีนแผ่นดินใหญ่

หากพูดถึง โจว เอินไหล ชายผู้เป็นทั้งขุนศึก นักการเมืองและนักการทูตชั้นเยี่ยมของท่านประธานเหมา เจ๋อตุง และเป็นรัฐบุรุษที่ชาวจีนให้ความเคารพรักเป็นอย่างมากในฐานะนายกรัฐมนตรีผู้เป็นที่รักของชาวจีน และได้รับการย่องจากชาวโลกว่าเป็นสุภาพบุรุษนักการทูตอีกด้วย

WIKIPEDIA CC 孟昭瑞

โจว เอินไหล เกิดมาในครอบครัวทีมีบรรพบุรุษเคยเป็นขุนนางมาหลายชั่วอายุคน เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เขาก็เริ่มสนใจเกี่ยวกับลัทธิคอมมิวนิสต์ และได้มีโอกาสไปเล่าเรียนจากเมืองนอก พอกลับมาที่จีน เขาก็ได้กลายเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์ ในตอนนั้นพรรคก๊กมินตั๋งของ เจียง ไคเชก ปกครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเอาไว้ และเขาได้พยายามปราบปรามพวกคอมมิวนิสต์ที่เป็นเพื่อนร่วมชาติ แทนที่จะให้ความสนใจในการป้องกันประเทศจากการรุกรานของญี่ปุ่น

WIKIPEDIA PD

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ ‘กบฏซีอาน’ ในปี 1936 เมื่อ จาง เสวียเหลียง ลูกน้องคนสำคัญได้จับกุมตัว เจียง ไคเชก เพื่อเกลี่ยกล่อมให้เขายอมสงบศึกกับฝ่ายคอมมิวนิสต์เพื่อร่วมมือกันต่อต้านพวกญี่ปุ่น โจว เอินไหล ได้เดินทางไปเจรจาด้วยตัวเอง จนในที่สุด เจียง ไคเชก ก็ยอมพักรบกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ แล้วหันมาจับมือกันเพื่อต่อสู้กับฝ่ายญี่ปุ่นแทน

WIKIPEDIA PD

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็เอาชนะพรรคก๊กมินตั๋งและสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นในปี 1949 โจว เอินไหล ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีการต่างประเทศ และได้เริ่มวางแผนฟื้นฟูประเทศที่จีนบอบช้ำมานานจากสงครามโลกและสงครามกลางเมือง และใช้นโยบายทางการทูตแบบสันติ ที่เน้นการเจรจาเป็นหลัก รวมไปถึงฟื้นฟูความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก รวมไปถึงฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นอีกด้วย

WIKIPEDIA PD

โจว เอินไหล นั้นมีบทบาทสำคัญในช่วยเปลี่ยนผ่านของจีนที่เรียกว่า ‘การปฏิวัติวัฒนธรรม’ ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1966 – 1976 และได้แสดงวิสัยทัศน์ในการปกครองประเทศ จนทำให้จีนผงาดขึ้นมาอย่างโดดเด่นในเวทีโลก ด้วยความเชื่อว่า การที่จะทำให้จีนเป็นประเทศสังคมนิยมที่แข็งแกร่ง จำเป็นต้องมีวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย รากฐานที่แข็งแกร่งทางเศรษฐกิจต้องมาจากพื้นฐานและตัวตนที่แท้จริงของประเทศจีน ยังไม่รวมไปถึงแนวทางในการสร้างความสมดุล กลมกลืน และสามารถอยูร่วมกับนานาประเทศอย่างสันติได้

โจว เอินไหล เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 มกราคม 1976 ด้วยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ที่กรุงปักกิ่ง ในวัย 78 ปี ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของชาวจีนทั่วโลก ที่ต้องสูญเสียนายกรัฐมนตรีผู้เป็นที่รักและอุทิศแรงกายแรงใจในการพัฒนาชาติบ้านเมืองไปตลอดกาล

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS