‘พลปืนไฟ’ กองกำลังสุดฉกาจแห่ง ‘โอดะ โนบุนากะ’ ที่รบกับทหารม้านับหมื่นโดยไม่เสียกำลังพลแม้แต่คนเดียว!

ย้อนกลับไปในช่วงก่อนศตวรรษที่ 16 บรรดากองกำลังต่างๆ ของผู้มีอำนาจในญี่ปุ่นขณะนั้น เวลาทำสงครามเพื่อแย่งชิงอำนาจกัน อาวุธที่ใช้หลักๆ ในการรบนั้นก็เป็นพวกดาบคาตะนะ ธนู กองทหารม้าที่เป็นกำลังสำคัญในการครอบครองแคว้นต่างๆ แต่เมื่อเข้าศตวรรษที่ 16 ปืนไฟก็เข้ามามีบทบาทในการทำสงครามของชาวญี่ปุ่นมากขึ้นแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมก็เพราะว่าความเชื่องช้าของมันที่กว่าจะยิงได้แต่ละครั้งนั้นต้องอาศัยการบรรจุกระสุนที่ค่อนข้างจะไม่ทันใจ ทำให้ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

แต่การรบของญี่ปุ่นก็ต้องเปลี่ยนไปหลังจากที่ “โอดะ โนบุนากะ” ได้แสดงให้เห็นว่า กองทัพที่ใช้ปืนไฟเป็นกำลังหลักของเขานั้นมันร้ายกาจขนาดไหน ย้อนกลับไปในช่วงก่อนที่โนบุนากะยังเป็นหนุ่มๆ เขาได้มีความสนใจในความร้ายกาจของปืนไฟ โดยเห็นว่ามันจะสามารถเป็นอาวุธที่ช่วยให้กองทัพของตนนั้นไร้เทียมทาน จึงได้มีการสั่งเข้ามาสะสมตุนไว้อย่างลับๆ

WIKIPEDIA PD

และต่อมาหลังจากที่มีอำนาจแล้วก็ทำการจัดตั้ง “พลปืนไฟ” ขึ้นมาโดยเฉพาะ มีการฝึกฝนเป็นระยะเพื่อความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ยังซื้อปืนไฟรุ่นใหม่ที่ใช้งานได้มีประสิทธิภาพกว่ามาศึกษากลไกและให้ช่างเหล็กตีเลียนแบบขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ทำให้กองทัพของโอดะนั้นเป็นกองกำลังแรกของญี่ปุ่นที่มีทหารพลปืนไฟเหมือนกับกองกำลังในยุโรป ซึ่งทหารพลปืนไฟนี้ก็มาจากชาวนาธรรมดาที่อาสามารบในกองทัพของโนบุนากะ

123RF

ผลของการมองการณ์ไกลเช่นนี้ส่งผลให้การยึดปราสาทนากะชิโนะในปี 1575 เป็นไปได้อย่างราบรื่นโดยที่ฝ่ายศัตรูนั้นคิดไม่ถึงและสามารถกำราบทหารม้าของฝ่ายศัตรูได้ ศึกครั้งนี้เป็นการรบกับระหว่างกองทัพของโนบุนากะและกองทหารม้าเหล็กของตระกูลทาเคดะ ซึ่งก่อนที่จะทำการรบนั้น โนบุนากะได้จัดเตรียมพลปืนไฟกว่า 500 นาย ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่มีกองทัพไหนในญี่ปุ่นเคยมีมาก่อน และได้จัดให้ทำแนวรั้วกั้นทหารม้า เพื่อให้พลปืนไฟอยู่ด้านหลังแนวรั้ว

123RF

โดยปกติแล้วการรบด้วยปืนไฟในกองทัพของขุนศึกคนอื่นๆ จะใช้กลยุทธิ์แบบให้พลปืนไฟยิงเพื่อเปิดทางให้ศัตรูชะงักและทหารม้าเข้าโจมตีซ้ำอย่างรวดเร็วให้ตั้งตัวไม่ได้ แต่ของโนบุนากะไม่ได้ทำเช่นนั้น โนบุนากะให้พลปืนไฟยืนเรียงแถวหน้ากระดานเป็นสามแถว เมื่อทหารม้าเข้ามาในระยะ พลปืนไฟแถวแรกจะเริ่มยิงใส่ศัตรู ซึ่งปกติแล้วจังหวะตอนนี้จะเป็นช่วงเวลาที่พลปืนไฟต้องทำการบรรจุกระสุน ทหารม้าก็จะเข้ามาโจมตีได้โดยง่าย แต่ทว่าคราวนี้เปลี่ยนไปเพราะพลปืนไฟแถวที่สองก็จะสาดกระสุนใส่ทันที แถวที่สามก็ยิงซ้ำอีกรอบ ซึ่งพอดีกับแถวแรกบรรจุกระสุนเสร็จ

123RF

ผลจากการศึกในครั้งนี้ ฝ่ายทหารม้าเหล็กของตระกูลทาเคดะต้องเสียทหารไปเป็นจำนวนกว่า 10,000 คน แต่ทว่าไม่สามารถฝ่าเข้าแนวรั้วไปถึงทหารพลปืนไฟได้แม้แต่น้อย สุดท้ายแล้วก็ต้องพ่ายแพ้โดยกองกำลังฝ่ายโนบุนากะนั้นไม่มีใครเป็นอะไรเลยแม้แต่คนเดียว หลังจากนั้นโนบุนากะก็ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่มีอำนาจมากกว่าโชกุนโดยทำการชักใยอยู่เบื้องหลังและทำให้ปืนคาบศิลานั้นเป็นกำลังหลักสำคัญของกองทัพญี่ปุ่น แต่เมื่อเข้าสู่ยุคสมัยของโชกุนโทคุงาวะ อิเอยาสุ ญี่ปุ่นได้มีนโยบายปิดประเทศและเลิกทำการค้ากับชาวต่างชาติ ทำให้อาวุธปืนกลายเป็นของต้องห้ามโดยมีเหตุผลว่าเพื่อความมั่นคงต่ออำนาจของโชกุน

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS