10 “มารผจญ” ที่คนไปสนามบินสุดรำคาญ!!

ขอบคุณข้อมูลจาก : skyscanner.net
เรียบเรียงโดยทีมงาน : SpokeDark.TV

 

ถ้าไม่นับการตรวจกระเป๋าเพื่อแยกบรรดาของเหลวสุดเลิฟไปทิ้งแล้ว นี่คงเป็นสิ่งน่ารำคาญที่ทางเว็บไซต์ค้นหาตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ที่พัก และรถเช่าชั้นนำของโลก อย่าง Skyscanner ได้รวบรวมสิ่งที่น่ารำคาญใจของบรรดาคนขึ้นเครื่องบินมาให้รับทราบกัน
ถูกตรวจในด่านรักษาความปลอดภัย
ก็อย่างที่ทราบกันดีนั่นแหละครับ ว่าสนามบินทุกแห่งล้วนแต่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมาก และเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องทำตามเพราะยังไงก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผู้โดยสารหงุดหงิดน้อยลง และต่อให้เราเตรียมมาดีแค่ไหน ก็ยังเสี่ยงที่จะโดนรุกล้ำความเป็นส่วนตัวอยู่ดี

 

 

ต้องแสดงบัตรโดยสารทุกครั้งก่อนซื้อของในสนามบิน
เมื่อก่อนคงมีเพียงร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ ฟรี) เท่านั้น ที่ผู้โดยสารจะต้องโชว์บัตรโดยสารก่อนจับจ่ายใช้สอย แต่ทุกวันนี้ เราต้องโชว์บัตรในทุกร้านค้าในสนามบินเลยก็ว่าได้ ผู้ค้าอาจจะชื่นชอบกับข้อมูลการตลาดที่พวกเขาเก็บไว้ได้ แต่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่า การที่ลูกค้าต้องควักบัตรโดยสารออกมาโชว์นั้น อาจจะเพียงแค่ต้องการซื้อหมากฝรั่งเพียงห่อเดียวเท่านั้นแหละ

 

 

ปลั๊กไฟมีไม่เพียงพอกับความต้องการ
ในยุคที่เครื่องมือสื่อสารสุดไฮเทคต่างๆ ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บแล็ต และแล็ปท็อปเป็นที่นิยมอย่างมาก นักท่องเที่ยวแทบทุกคนจะพกอุปกรณ์เหล่านั้นเวลาเดินทางเสมอ แต่มีเพียงไม่กี่สนามบินที่มีจำนวนปลั๊กไฟเพียงพอกับจำนวนอุปกรณ์พกพาที่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ นักท่องเที่ยวได้แต่หวังว่าจะมีปลั๊กไฟให้ใช้ในทุกบริเวณของสนามบินเลย

 

 

มีที่นั่งไม่เพียงพอให้บริการ
ทั้งๆ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามบิน แต่กลับมีที่นั่งไม่เพียงพอที่จะรองรับผู้โดยสารได้หมด โดยเฉพาะเวลาที่เที่ยวบินเกิดความล่าช้า ผู้โดยสารก็ไม่มีที่นั่งรอ หรือผู้โดยสารสามารถเลือกนั่งรอที่ร้านอาหารได้ แต่ก็ต้องยอมควักเงินซื้ออาหารทานทั้งที่ไม่ได้ต้องการ เพราะที่นั่งพวกนี้มีไว้สำหรับลูกค้าของร้านเท่านั้น

 

 

ประกาศจากสนามบินว่า เที่ยวบินจะล่าช้ากว่ากำหนด ด้วยเหตุผลที่ว่าเครื่องบินมาถึงช้า!
นั่นมันไม่ใช่คำอธิบายที่ดีเลย สำหรับเหตุผลที่เครื่องบินล่าช้า มันก็ไม่ต่างอะไรกับการบอกว่า ‘ที่นั่งในสนามบินขาดแคลนเพราะสนามบินมีที่นั่งไม่พอ’ คงจะดีกว่าหากทางสนามบินบอกความจริงกับผู้โดยสาร หรือไม่อย่างน้อยก็ควรสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้โดยสารที่ต้องนั่งรอเครื่องบินที่ล่าช้าบ้าง เช่น เพราะนักบินลืมปลาเก๋า เอ๊ย! กระเป๋าไว้ที่บ้าน เป็นต้น

 

 

เสียเงินเพิ่มหากต้องการใช้  Wi-Fi
ผลจากการสำรวจพบว่าในบรรดาบริการต่างๆ Wi-Fi เป็นบริการที่นักท่องเที่ยวต้องการมากที่สุด มันคงเป็นเรื่องตลกหากนักท่องเที่ยวต้องหยอดเหรียญในมิเตอร์ไฟฟ้า เพื่อให้แน่ใจว่าไฟในสนามบินจะไม่ดับ แน่นอนว่าการบริการ Wi-Fi ในสนามบินก็เช่นเดียวกัน นักท่องเที่ยวควรได้ใช้บริการฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

 

 

สายการบินที่มีพนักงานไม่เพียงพอบริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน
การจำกัดจำนวนพนักงานถือเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดสำหรับผู้โดยสาร โดยเฉพาะในสายการบินราคาประหยัด ซึ่งมีเพียงไม่กี่สายการบินเท่านั้นที่ไม่จำกัดงบประมาณด้านนี้ โดยการจัดให้มีพนักงานเพียงสองคนที่โต๊ะเช็คอิน 10 โต๊ะ อาจทำให้ผู้โดยสารไม่พอใจได้ เมื่อพวกเขาต้องรอนานมากกว่า 30 นาทีเพื่อเช็คอิน เคยมีนักท่องเที่ยวต้องต่อแถวรอเช็คอินนานกว่าหนึ่งชั่วโมงของสายการบินชั้นประหยัด ที่สนามบินสแตนสเต็ด ประเทศอังกฤษ ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมตัวไปตั้งแต่เนิ่นๆ และถ้าไม่อยากรอนาน ควรจัดของใส่กระเป๋าที่สามารถหิ้วขึ้นเครื่องได้ พร้อมทั้งเช็คอินออนไลน์ไว้เลย

 

 

เช็คอินออนไลน์ไม่ได้
การพกสัมภาระไปเที่ยวน้อยๆ และการเช็คอินทางออนไลน์เป็นหนึ่งในวิวัฒนาการที่ดีที่สุดของการเดินทางทางอากาศ เพราะช่วยให้การจัดการเรื่องต่างๆ ในสนามบินเร็วขึ้น และง่ายขึ้น แต่คงเป็นไปได้ยากหากจะใช้บริการนี้ในทุกสายการบินและทุกสนามบิน เช่น หากบินไปกับสายการบินไทเกอร์แอร์เวย์ที่สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ ผู้โดยสารยังคงต้องต่อแถวเป็นเวลานานอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าจะไม่มีกระเป๋าให้เช็คอินก็ตาม ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวหมดศรัทธาในแนวคิดการท่องเที่ยวแบบรวดเร็วและเบาสบาย ที่สายการบินราคาประหยัดเป็นผู้ริเริ่มและส่งเสริมเอง

 

 

ร้านค้าส่วนใหญ่ในสนามบินมักไม่เหมาะกับนักเดินทางทั่วไป
ผู้โดยสารหลายคนคงเคยรอในสนามบินอย่างน้อยซักหนึ่งชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง ทำไมไม่ลองไปเดินช้อปปิ้งซื้อแหวนเพชรซัก 2–3 วง จาก Tiffany เสื้อสูทราคาเหยียบแสน หรือซื้อไข่ปลาคาเวียร์ซักกระป๋องในสนนราคา 5 หมื่นต้นๆ ไปฝากคนที่บ้านล่ะ นักท่องเที่ยวทุกคนรู้ดีว่าร้านค้าในสนามบินไม่ได้ขายสินค้าราคาถูกเลย แต่ยุคสมัยที่มีแต่คนร่ำรวย คนชั้นสูงเดินทางด้วยอากาศยานนั้นมันหมดไปแล้ว และดูเหมือนว่าร้านค้าเหล่านั้นก็ไม่ได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้เลย ร้านค้าเหล่านั้นยังคงลดราคากันกระหน่ำในช่วงเทศกาลสำหรับนักธุรกิจชั้นสูงหรือเหล่าคุณหญิงคุณนาย แต่ช่วงปกติร้านค้าส่วนใหญ่ก็ยังคงเงียบสงัดและไม่มีลูกค้าย่างกรายอยู่ดี ดังนั้นนี่อาจเป็นช่วงเวลาที่สนามบินควรจะสรรหาในสิ่งที่นักท่องเที่ยวอยากได้และสามารถซื้อได้จริงๆ เช่น ร้านเบเกอรี่ ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านเสื้อผ้าคุณภาพดี ราคาไม่แพง เป็นต้น

 

 

มีค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยไม่รู้ตัว
ทั้งค่าเช่ารถเข็นกระเป๋า ค่าจอดรถสำหรับจุดจอดรับส่งผู้โดยสาร และค่าถุงพลาสติกแบบมีซิป ซึ่งแน่นอนว่ามันทำรายได้ให้กับสนามบินเป็นจำนวนหนึ่ง แต่นั่นทำให้ลูกค้าเกลียดและอาจไม่มาใช้บริการอีกเลย

 

 

แล้วคุณล่ะ มีปัญหาแบบนี้บ้างหรือเปล่า?? อย่างอื่นด้วยนะ??

COMMENTS