เคลิ้มกันเลยทีเดียว! กับอภิมหาโปรเจคต์ ‘สร้างอนาคตไทย’

เรียบเรียงโดยทีมงาน : SpokeDark.TV
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : เพจคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์

 

สดๆ ร้อนๆ กันเลยกับเพจของ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ให้ทีมงานโพสต์ข้อมูล พ.ร.บ.สร้างอนาคตไทย ที่จะเข้าสู่สภาในวันนี้ (19 กันยายน) โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ทางกระทรวงคมนาคมเตรียมไว้ ประกอบด้วย การพัฒนารถไฟความเร็วสูง ควบคู่กับรถไฟทางคู่ และรถไฟฟ้าใน กทม. และยังรวมถึงการสร้างถนนสี่เลน ด่านศุลกากร ศูนย์กระจายสินค้า มอเตอร์เวย์ และแผนบูรณะถนนสายหลัก ให้สามารถเชื่อมเส้นทางการค้าอื่นๆ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
 

– รถไฟความเร็วสูง 783,553 ล้านบาท คิดเป็น 42.7%

– รถไฟฟ้า 456,662 ล้านบาท คิดเป็น 24.9%

– ถนนทางหลวง 241,080 ล้านบาท คิดเป็น 13.1%

– ถนนทางหลวงชนบท 34,309 ล้านบาท คิดเป็น 1.9%

– สถานีขนส่งสินค้า 14,093 ล้านบาท คิดเป็น 0.8%

– ท่าเรือ 29,581 ล้านบาท คิดเป็น 1.6%

– ด่านศุลกากร 12,545 ล้านบาท คิดเป็น 0.7%

– ปรับปรุงระบบรถไฟ (เพิ่มเครื่องกั้น ซ่อมบำรุงรางที่เสียหาย) 23,236 ล้านบาท คิดเป็น 1.3%

– รถไฟทางคู่ และทางคู่เส้นทางใหม่ 240,875 ล้านบาท คิดเป็น 13.1%

 

""

 

สำหรับใครที่กำลังมีคำถามว่าทำเสร็จแล้วจะได้อะไร คุณชัชชาติ ได้ระบุถึงสิ่งที่รัฐบาลคาดหวังจากโครงการไว้ดังนี้

 

1. ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ลดลงจากปัจจุบัน (ที่ 15.2%) ไม่น้อยกว่า 2%

2. สัดส่วนผู้เดินทางระหว่างจังหวัดโดยรถยนต์ส่วนบุคคล ลดลงจาก 59% เหลือ 40%

3. ความเร็วเฉลี่ยของรถไฟขนส่งสินค้า เพิ่มขึ้นจาก 39 กม./ชม. เป็น 60 กม./ชม.
และขบวนรถโดยสารเพิ่มขึ้นจาก 60 กม./ชม. เป็น 100 กม./ชม.

4. สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางราง เพิ่มขึ้นจาก 2.5% เป็น 5%

5. สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางน้ำ เพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 18%

6. ความสูญเสียจากน้ำมันเชื้อเพลิง ลดลงไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท/ปี

7. สัดส่วนการเดินทางโดยรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 30%

8. ปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านเข้า-ออก ณ ด่านการค้าชายแดนที่สำคัญ เพิ่มขึ้น 5%

9. ปริมาณผู้โดยสารรถไฟ เพิ่มขึ้นจาก 45 ล้านคน/เที่ยว/ปี เป็น 75 ล้านคน/เที่ยว/ปี

10. ลดระยะเวลาการเดินทางจาก กทม. ไปยังเมืองภูมิภาค ด้วยรถไฟความเร็วสูงภายในรัศมี 300 กม.
รอบกรุงเทพมหานคร ในระยะเวลาไม่เกิน 90 นาที จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมง

 

ฟังแล้วเคลิ้มกันเลยทีเดียว เอาเป็นว่าเรามาติดตามผลกันต่อดีกว่า
ว่าสภาฯจะมีความเห็นอย่างไรกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ และในอีก 7 ปีข้างหน้า
โครงการนี้จะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร

COMMENTS