ดับฝันรถตู้ตีนผี ด้วยอุปกรณ์ดักความเร็ว RFID

เรียบเรียงโดยทีมงาน : SpokeDark.TV
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : it24hrs.com

 

หลังจากเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับความเร็ว 100 up ในการใช้บริการรถตู้สาธารณะมานานหลายปี วันนี้ประชาชนผู้ไม่มีรถคันแรกแบบเราๆ ท่านๆ คงโล่งใจขึ้นบ้าง เมื่อกรมการขนส่งทางบก ได้ริเริ่มโครงการติดตั้งระบบ RFID เพื่อตรวจจับความเร็วรถตู้โดยสารสาธารณะขึ้นมาใช้ได้จริงแล้ว

 

""

 

สำหรับระบบ RFID นั้นย่อมาจากคำว่า Radio Frequency Identification ซึ่งมีลักษณะคล้ายป้ายอิเล็กทรอนิกส์
(RFID Tag) ที่สามารถอ่านค่าได้โดยอาศัยคลื่นวิทยุ เพื่อตรวจติดตามและบันทึกข้อมูลที่ติดอยู่กับป้าย ซึ่งนำไปฝังหรือติดอยู่กับวัตถุต่างๆ เช่น บัตรเข้าออกสำนักงาน บัตร ATM เป็นต้น สามารถอ่านข้อมูลได้โดยไม่ต้องใช้การสัมผัส ทนต่อความเปียกชื้น แรงสั่นสะเทือน และสามารถอ่านข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง ด้วยความสามารถดังกล่าวนี้ จึงได้มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการตรวจจับความเร็วของรถตู้โดยสารสาธารณะ

 

การทำงานของ RFID นั้นจะใช้ 2 อุปกรณ์ทำงานร่วมกัน คือ RFID Tag ที่จะติดอยู่บริเวณโคมไฟหน้ารถ และบริเวณเครื่องหมายการเสียภาษีในรถ และใช้ RFID Reader ซึ่งเป็นอุปกรณ์อ่าน/เขียนข้อมูลความเร็วสูง สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้ขณะที่รถวิ่ง ซึ่งได้ถูกติดตั้งในเส้นทางที่รถตู้วิ่งผ่าน เมื่อรถตู้วิ่งผ่านเครื่อง RFID Reader จากจุด A ไปจุด B เครื่องก็จะทำการคำนวณความเร็วเฉลี่ยของรถที่วิ่ง โดยคำนวณจากระยะทางที่รถวิ่งผ่านจุดอ่าน A ถึงจุดอ่าน B หารด้วยเวลาเดินทางทั้งหมดจากจุดอ่าน A ถึงจุดอ่าน B จากนั้นก็จะส่งข้อมูลกลับมาที่ศูนย์ควบคุม

 

""

 

ภายในศูนย์ควบคุมก็จะมีจอที่แสดงข้อมูลของรถตู้ทุกคันที่ได้ทำการติดตั้งระบบนี้ หากรถตู้คันไหนขับเร็วเกินกำหนด ก็แสดงขึ้นบนจอทันที โดยจะแสดงหมายเลขทะเบียนรถ ความเร็วที่วิ่ง รวมทั้งเส้นทางที่รถวิ่งอยู่ในขณะนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะส่งจดหมายแจ้งไปยังผู้ประกอบการและผู้ขับให้มารับบทลงโทษต่อไป นอกจากนี้ในห้องควบคุมยังมีจอแสดงภาพจากกล้อง LPR Camera ซึ่งจับภาพรถตู้ที่วิ่งผ่านบนเส้นทางในจุดต่างๆ อีกด้วย

 

ในส่วนของบทลงโทษผู้ขับรถจะมีโทษดังนี้ ครั้งที่ 1 ปรับ 5,000 บาท กระทำผิดครั้งที่ 2 ภายใน 3 เดือน นับแต่กระทำผิดครั้งแรกจะถูกลงโทษปรับ 5,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับรถ 30 วัน และหากกระทำผิดครั้งที่ 3 ภายใน 6 เดือนนับแต่กระทำความผิดครั้งแรก จะถูกลงโทษปรับ 5,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ส่วนผู้ประกอบการจะถูกลงโทษปรับ ครั้งที่ 1 จำนวน 5,000 บาท ครั้งที่ 2 ปรับ 10,000 บาท พร้อมถอนรถออกจากการประกอบการ!!!

 

""

""

 

ด้วยบทลงโทษขนาดนี้ คงทำให้ทั้งผู้ขับและผู้ประกอบการต้องคิดกันใหม่แล้วละครับ ว่าจะยอมปฏิบัติตามกฎหมายด้วยการไม่ขับรถเร็วเกินกำหนดกันอีกหรือไม่ เพราะดูแล้วงานนี้ได้ไม่คุ้มเสียจริงๆ สำหรับบรรดารถตู้ติดจรวดทั้งหลาย

COMMENTS