นี่คืออาวุธหนักสุดอันตรายในสงครามโบราณ ที่ทุกกองทัพต้องมี และยังน่าจะเรียกได้ว่ามันคือแรงบันดาลใจของรถถังในปัจจุบัน มารู้จักกับมันกัน

“เครื่องยิงหิน ,เครื่องเหวี่ยงหิน” ถือว่าเป็นหนึ่งในอาวุธหนักที่ถูกจัดให้อยู่ในประเภทยานยนต์สนับสนุนการรบ ถูกคิดค้นเป็นครั้งแรกโดยชาวกรีกโบราณ ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วยุโรปและพัฒนามาเป็นรูปแบบต่างๆ หลักการทำงานก็ง่ายมาก แค่จับหินก้อนใหญ่ๆ วางลงบนเครื่องยิง เล็ง และปล่อยสลักให้เครื่องดีดหรือเหวี่ยงหินออกไปให้กระทบเป้าหมาย ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ทำลายกำแพงหรือโจมตีใส่ศัตรูที่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ

1

เครื่องยิงหินขนาดใหญ่จะมีทหารประจำการประมาณ 5-10 คนต่อหนึ่งเครื่อง ทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้าย บรรจุกระสุน เล็ง และดึงส่วนที่บรรจุกระสุนลงมาหลังการเหวี่ยงหินออกไป กระสุนนอกจากจะใช้หินเป็นหลักแล้ว หลังๆ มีการพัฒนาให้สามารถทำลายล้างมากกว่าเดิม เช่น การใช้โถน้ำมันดินจุดไฟยิงไปให้แตกเพื่อให้ไฟคลอกทหารหรือเผาเมืองให้ราบ แต่อีกอย่างหนึ่งที่พีคกว่าก็คือซากศพที่ติดโรคระบาด

3

กรณีที่โด่งดังที่สุดของการใช้เครื่องยิงหินดีดซากศพที่เป็นโรคระบาดก็คือการรบของพวก Tatar นักรบเชื้อสายมองโกลที่เข้าปิดล้อมเมืองคัฟฟา (ส่วนหนึ่งของประเทศยูเครนในปัจจุบัน) ในปี 1356 โดยการยิงซากศพของพวกตัวเองที่ติดเชื้อกาฬโรคเข้าไปในเมืองจนเกิดโรคระบาดคร่าชีวิตผู้คนจนเมืองแทบร้าง หนำซ้ำยังเป็นต้นเหตุให้กาฬโรคระบาดไปทั่วยุโรปจากการหนีตายของชาวเมืองแล้วนำโรคที่ติดอยู่ไปแพร่ให้คนอื่น (เรียกได้ว่าฆ่าให้ตายด้วยอาวุธชีวภาพได้เลยนะเนี่ย)

2

แต่หลังจากมนุษย์เริ่มรู้จักกับดินปืนและประดิษฐ์ปืนใหญ่ออกมาได้ เครื่องยิงหินก็ได้ถูกเลิกใช้ เพราะปืนใหญ่ขนย้ายสะดวกกว่าและยังใช้กำลังพลน้อยกว่าอีกด้วย

 

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

 

COMMENTS